ข้อควรรู้และแนวทางการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ EEC
DEAL D PROPERTY · 23 ก.ย. 2569 · 2 นาที

เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งครอบคลุมพื้นที่จังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา เป็นหนึ่งในทำเลที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องจากนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคนี้ไม่ได้มีความต้องการที่เหมือนกันทั้งหมดในทุกพื้นที่ แต่ละทำเลมีปัจจัยขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและกลุ่มเป้าหมายผู้เช่าที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
ในพื้นที่ชลบุรี ตลาดที่อยู่อาศัยมีความหลากหลายสูง โดยเมืองพัทยาจะเน้นไปที่กลุ่มผู้ซื้อเพื่อการพักผ่อน ท่องเที่ยว และกลุ่มผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ ทำให้คอนโดมิเนียมและบ้านพักตากอากาศได้รับความนิยม ส่วนอำเภอศรีราชาและพื้นที่ตัวเมืองระยอง ความต้องการหลักกลับมาจากกลุ่มวิศวกร ผู้บริหาร และผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติที่เข้ามาปฏิบัติงานในนิคมอุตสาหกรรม นักลงทุนจึงจำเป็นต้องแยกแยะพฤติกรรมการอยู่อาศัยและระยะเวลาการเช่าของแต่ละกลุ่มออกจากกันอย่างรอบคอบ
การประเมินผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นจุดที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ นักลงทุนไม่ควรใช้ตัวเลขอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยโดยรวมมาตัดสินใจ แต่ควรสำรวจอัตราการเข้าพักจริงในแต่ละโครงการ ตรวจสอบค่าเช่าตลาดในซอยหรือทำเลที่สนใจ และสอบถามข้อมูลจากนิติบุคคลหรือตัวแทนบริหารการเช่าในพื้นที่โดยตรง เนื่องจากโครงการที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกตรงตามความต้องการของผู้เช่าเฉพาะกลุ่มมักจะมีอัตราการว่างของห้องต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงข่ายคมนาคมทางราง ท่าเรือพาณิชย์ และการขยายสนามบิน ถือเป็นแรงหนุนสำคัญต่อมูลค่าที่ดินในระยะยาว ถึงกระนั้น กำหนดการก่อสร้างอาจมีการปรับเปลี่ยนตามแผนงานราชการ ผู้ลงทุนจึงควรตรวจสอบความคืบหน้าของโครงการสาธารณูปโภคต่างๆ จากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อประเมินกรอบเวลาที่แท้จริงแทนการคาดการณ์ล่วงหน้า
ด้านกฎหมายและข้อบังคับ ผู้ซื้อชาวต่างชาติและนักลงทุนทั่วไปควรตรวจสอบสัดส่วนกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่สำนักงานที่ดินในเขตพื้นที่รับผิดชอบก่อนทำธุรกรรม สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในที่ดินเพื่อการพาณิชย์หรืออุตสาหกรรม ควรศึกษาข้อกำหนดผังเมืองรวมและการใช้ประโยชน์ที่ดิน รวมถึงตรวจสอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เพื่อให้การวางแผนทางการเงินมีความถูกต้องและสอดคล้องกับระเบียบราชการในปัจจุบัน